วันอาทิตย์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2567

สรุปไฟฟ้าสถิต (Static electricity)



ไฟฟ้าสถิต

ไฟฟ้าสถิต หรือ Static electricity เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากความไม่สมดุลของปริมาณประจุไฟฟ้าขั้วบวกและขั้วลบภายในวัสดุหรือบนพื้นผิวของวัสดุ ซึ่งประจุไฟฟ้าเหล่านั้นจะยังคงอยู่จนกระทั่งเกิดการเคลื่อนที่หรือมีการถ่ายเทประจุ (Electrostatic Discharge)

ประจุไฟฟ้า

คือ อำนาจทางไฟฟ้า ซึ่งมี 2 ชนิด ได้แก่

  • ประจุบวก ที่จำนวนโปรตอนมากกว่าจำนวนอิเล็กตรอน
  • ประจุลบ ที่จำนวนอิเล็กตรอนมากกว่าโปรตอน

ซึ่งวัตถุที่เป็นกลางทางไฟฟ้า จะมีจำนวนโปรตอนเท่ากับอิเล้กตรอน

แรงระหว่างประจุ

มี 2 แบบ ได้แก่ แรงดูดและแรงผลัก

แรงดูด: วัตถุที่มีประจุต่างชนิดกันจะดึงดูดกัน

แรงผลัก: วัตถุที่มีประจุเหมือนกันจะผลักกัน

กฎการอนุรักษ์ประจุ

การทำให้วัตถุมีประจุไฟฟ้าด้วยวิธีต่าง ๆ จะเป็นการเคลื่อนย้ายประจุจากที่หนึ่งไปขังอีกที่หนึ่ง ซึ่งจะได้ว่าผลรวมของจำนวนประจุทั้งหมดคงที่เท่าเดิม การทำให้วัตถุที่เป็นกลางทางไฟฟ้าเกิดประจุทำได้ 3 วิธี คือ

  • การขัดสี คือ การนำวัตถุ 2 ชนิดที่ต่างกันมาขัดสีกัน จะเกิดการแลกเปลี่ยนประจุ
  • การแตะสัมผัส คือ การนำวัตถุที่มีประจุมาแตะวัตถุที่เป็นกลางหรือมีประจุก็ได้การหาประจุหลังแตะ
  • การเหนี่ยวนำ คือ การนำวัตถุที่มีประจุมาเข้าใกล้วัตถุที่มีประจุหรือวัตถุที่เป็นกลางก็ได้หลังการเหนี่ยวนำแล้วประจุที่เกิดขึ้นจะชนิดตรงข้ามกับที่มาเหนี่ยวนำ

การถ่ายเทประจุ

การถ่ายเทประจุไฟฟ้า หรือ Electrostatic Discharge เป็นการที่ประจุไฟฟ้าบนผิววัสดุ 2 ชนิดไม่เท่ากัน เกิดขึ้นจากความต่างศักดิ์ไฟฟ้า โดยหลังถ่ายประจุแล้ว วัตถุทั้งสองจะต้องมีศักย์ไฟฟ้าเท่ากัน โดยประจุไฟฟ้ารวมจะยังคงเท่าเดิม

กฎของคูลอมบ์ (Coulomb’s Law)

Charles Coulomb เป็นผู้เสนอกฎของคูลอมบ์ ซึ่งกล่าวถึงแรงกระทำระหว่างประจุ ดังนี้

  • แรงระหว่างประจุจะเป็นปฏิภาคโดยตรงกับขนาดของประจุแต่เป็นปฏิภาคผกผันกับระยะทางระหว่างประจุ
  • แรงระหว่างประจุจะเป็นแรงดูดถ้าเป็นประจุต่างชนิดกันและเป็นแรงผลักถ้าเป็นประจุนิดเดียวกัน
  • ทิศของแรงจะอยู่ในแนวเส้นตรงที่เชื่อมระหว่างประจุทั้งสอง
แรงระหว่างประจุไฟฟ้าคำนวณได้จาก:
F: แรงระหว่างประจุไฟฟ้า (หน่วย: นิวตัน)
k : (หน่วยของมันคือ นิวตันเมตรสองต่อคูลอมบ์สอง (N·m²/C²).)
q1, q2: ประจุไฟฟ้าของวัตถุสองวัตถุ (หน่วย: คูลอมบ์)
r: ระยะห่างระหว่างประจุ (หน่วย: เมตร)

สนามไฟฟ้า (Electric Field)

  • Faraday เป็นผู้เสนอแนวความคิดของสนามไฟฟ้า โดยกล่าวว่า “จะเกิดสนามไฟฟ้าขึ้นรอบๆ วัตถุที่มีประจุซึ่งเรียกว่าประจุ ต้นกำาเนิด (source charge)
  • ถ้านำประจุทดสอบ (test charge ) q0 เข้ามาในบริเวณที่มีสนามไฟฟ้าจะเกิดแรงกระทำต่อประจุทดสอบ
  • ขนาดของสนามไฟฟ้าจะมีค่าเท่ากับอัตราส่วนของแรงที่สนามนั้นกระทำกับประจุทดสอบต่อหนึ่งหน่วยประจุทดสอบ

ทิศทางของสนามไฟฟ้า: ตามทิศทางแรงที่กระทำต่อประจุไฟฟ้าทดสอบ
หน่วยของสนามไฟฟ้า: โวลต์ต่อเมตร (V/m)

คำนวณสนามไฟฟ้าจากแรงต่อประจุ:
E: สนามไฟฟ้า
F: แรงที่กระทำต่อประจุทดสอบ
q: ประจุของวัตถุทดสอบ.

คำนวณสนามไฟฟ้าต่อประจุถ้ามีระยะห่าง:
E: สนามไฟฟ้า
k: ค่าคงที่ของคูลอมบ์
q: ประจุที่สร้างสนามไฟฟ้า
r: ระยะห่างจากประจุไปยังจุดที่วัด

เส้นสนามไฟฟ้า (Electric Field Line)

สนามไฟฟ้าคือบริเวณรอบๆ ประจุไฟฟ้าที่มีผลกระทำต่อประจุไฟฟ้าอื่น ๆ ที่วางอยู่ในบริเวณนั้น

มีคุณสมบัติ ดังนี้

  • ประจุบวก: เส้นสนามไฟฟ้าพุ่งออก
  • ประจุลบ: เส้นสนามไฟฟ้าพุ่งเข้า
  • มีทั้งประจุบวกและประจุลบ: เส้นสนามจะพุ่งจากบวกไปลบ
  • เส้นสนามไฟฟ้าจะไปหยุดนิ่งที่ผิวของตัวนำทรงกลม ไม่พุ่งเข้าไปข้างใน
  • หน่วยของสนามไฟฟ้า: โวลต์ต่อเมตร (V/m)

จุดสะเทิน คืออะไร

เป็นบริเวณที่ไม่มีสนามไฟฟ้า เนื่องจากทิศทางของสนามไฟฟ้า 2 บริเวณขึ้นไป มีทิศทางตรงกันข้ามกัน และขนาดพอๆกันหรือขนาดพอดีที่ทำให้สนามไฟฟ้าหักล้างกันหมด

แรงกระทำต่ออนุภาคที่มีประจุในสนาม

สนามไฟฟ้าแม่เหล็กคู่ขนานคำนวณได้จาก:

E คือ สนามไฟฟ้า มีหน่วยเป้น นิวตัน/คูลอมบ์
V คือ ความต่างศักย์ระหว่างแผ่น มีหน่วยเป็น โวลต์
d คือ ระยะห่าง มีหน่วยเป็น เมตร
หมายเหตุ : สนามไฟฟ้าเป็นปริมาณเวกเตอร์ คิดทิศทางแต่ไม่ต้องแทนค่าเครื่องหมายประจุ

ศักย์ไฟฟ้า (Electric Potential)

เมื่อประจุอยู่ในสนามไฟฟ้า ประจุจะมีพลังงานศักย์ (E) เนื่องจากแรงทางไฟฟ้าที่กระทำต่อประจุ เราเรียก พลังงานศักย์ไฟฟ้าต่อหนึ่งหน่วยประจุว่า “ศักย์ไฟฟ้า”

คำนวณศักย์ไฟฟ้าที่จุดหนึ่งๆ:

V: ศักย์ไฟฟ้าที่จุดนั้น

k: ค่าคงที่ของคูลอมบ์

q: ประจุไฟฟ้า

r: ระยะห่างจากประจุไฟฟ้า

หาความต่างศักย์ไฟฟ้า (ΔV)ได้จาก:

ΔV: ความต่างศักย์ไฟฟ้า

E: ความแรงของสนามไฟฟ้า

d: ระยะทางที่ประจุไฟฟ้าเคลื่อนที่ในสนามไฟฟ้า


ตัวเก็บประจุและความจุไฟฟ้า (Capacitor and Capacitance)

  • ตัวเก็บประจุ: ตัวนำที่ทำหน้าที่เก็บประจุ
  • ความจุไฟฟ้า: อัตราส่วนของประจุต่อศักย์ไฟฟ้า

ความจุไฟฟ้า (Capacitance)

ความจุไฟฟ้าเป็นคุณสมบัติของตัวเก็บประจุที่บ่งบอกถึงความสามารถในการเก็บประจุไฟฟ้าและพลังงานไฟฟ้า
ความสามารถในการเก็บประจุไฟฟ้าและพลังงานไฟฟ้าคำนวณได้จาก:
Cความจุไฟฟ้า
Qประจุไฟฟ้าที่เก็บได้
Vความต่างศักย์ไฟฟ้าระหว่างแผ่นของตัวเก็บประจุ

พลังงานสะสมในตัวเก็บประจุ (Energy Stored in a Capacitor)
พลังงานที่สะสมในตัวเก็บประจุสามารถคำนวณได้จากสูตร:
Wพลังงานที่สะสม
Cความจุไฟฟ้า
Vความต่างศักย์ไฟฟ้า

การต่อตัวเก็บประจุแบบอนุกรม (Series Connection of Capacitors)
เมื่อต่อตัวเก็บประจุแบบอนุกรม ประจุที่เก็บได้ในแต่ละตัวเก็บประจุเป็นเท่ากัน และความต่างศักย์ไฟฟ้ารวมคือผลรวมของความต่างศักย์ไฟฟ้าของแต่ละตัวเก็บประจุ

ความจุรวมCtotal คำนวณได้จาก:


การต่อตัวเก็บประจุแบบขนาน (Parallel Connection of Capacitors)
ในการต่อตัวเก็บประจุแบบขนาน ความต่างศักย์ไฟฟ้าของแต่ละตัวเก็บประจุเท่ากัน และประจุไฟฟ้ารวมเป็นผลรวมของประจุไฟฟ้าของแต่ละตัวเก็บประจุ

ความจุรวมCtotal  คำนวณได้จาก:


ผลรวมของCtotal จะตรงข้ามกับ Rtotal


เขียนโดย นางสาวนวพร เมืองแก ม.5/3 เลขที่27

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

10 Tourist Attractions In Rayong Province Thailand

 I'm here to recommend some attractions in Rayong province Thailand. It was so much fun and it was the most amazing I've ever been t...